บทความ

Thumbnail
GFMIS-SOE System

ภาพรวมของระบบGFMIS-SOE              ระบบ GFMIS-SOE เป็นระบบที่ต่อเนื่องหรือขยายมาจากโครงการเปลี่ยนการบริหารการเงิน การคลัง ภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Government  Fiscal  Management InformationSystem) หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า GFMIS ที่ใช้ในส่วนราชการกันอยู่แล้ว ในส่วนขยายระบบงานนี้ ได้ดำเนินการให้ครอบคลุมเพิ่มเติมถึงข้อมูลของรัฐวิสาหกิจและเชื่อมโยงไปกับระบบงานอื่นๆ ดังรูปที่แสดงต่อไปนี้     รูปที่ 1-1              จากรูปที่แสดง อธิบายถึงการทำงานในภาพรวมได้ว่า รัฐวิสาหกิจรายงานข้อมูลผ่านเครื่อง Terminal ที่ติดตั้งที่หน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหน่วยงานหลักต่างๆเช่น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรมบัญชีกลาง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  สามารถเรียกดูข้อมูลที่รัฐวิสาหกิจรายงานเข้ามาได้ โดยเรียกดูผ่านเครื่องTerminalที่ติดตั้งที่หน่วยงานหลักเหล่านี้ และระบบงานหลักในระบบGFMIS-SOE ประกอบด้วย 5 ระบบงานดังต่อไปนี้      รูปที่ 1-2                      ระบบงานหลักของระบบ GFMIS-SOE ประกอบด้วย     1. ระบบข้อมูลทางการเงินการบัญชี ภาครัฐวิสาหกิจ  (Accounting System)     2. ระบบการประมาณการรายได้ ภาครัฐวิสาหกิจ (Revenue Planning System)     3. ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และแผนการลงทุน ภาครัฐวิสาหกิจ (Expenditure andInvestment Planning System)     4. ระบบข้อมูลทั่วไป ภาครัฐวิสาหกิจ (Non–Financial Information System)     5. ระบบข้อมูลเพื่อผู้บริหาร (Management Information System)ขอบเขตงานโดยสรุปสำหรับระบบงานหลักต่างๆ ของระบบ GFMIS-SOE มีรายละเอียดดังต่อไปนี้   ระบบข้อมูลทางการเงินการบัญชี ภาครัฐวิสาหกิจ (Accounting System)                ระบบข้อมูลทางการเงินการบัญชี ภาครัฐวิสาหกิจ  จะเป็นระบบงานหลักของ GFMIS-SOE ที่มีหน่วยงานกลางใช้ข้อมูลร่วมกันจำนวนมากที่สุด โดยข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน ทั้งในส่วนของงบดุล งบกำไรขาดทุน  และงบกระแสเงินสด  โดยระบบข้อมูลทางการเงินการบัญชีที่ได้ทำการออกแบบมีรายละเอียดดังนี้ คือ               การรวมรวมข้อมูลบัญชีภาครัฐวิสาหกิจทั้งหมดเข้าสู่ฐานข้อมูลเดียวกัน โดยมีการกำหนดผังบัญชีมาตรฐานสำหรับรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้สามารถจัดทำงบการเงินรวมของรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งมีความสามารถที่จะเชื่อมโยงกับผังบัญชีมาตรฐานของ GFMIS เดิม เพื่อให้สามารถจัดทำงบการเงินแผ่นดินได้   การนำข้อมูลเข้าระบบจะมีทั้งในส่วนที่ให้รัฐวิสาหกิจจัดส่งเป็นงบทดลอง และให้รัฐวิสาหกิจจัดส่งเป็นงบการเงิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐวิสาหกิจและข้อจำกัดของตลาดหลักทรัพย์ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลประกอบงบการเงินเพิ่มเติมบางส่วน                เพื่อการวิเคราะห์ อันได้แก่ ข้อมูลสินทรัพย์ถาวรรายตัวในหมวดที่ดินของแต่ละรัฐวิสาหกิจ  และสำหรับส่วนของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินนั้น จะมีการเชื่อมโยงข้อมูลโดยดึงมาจากชุดข้อมูล Dataset ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ด้วย               นอกจากนี้ระบบข้อมูลทางการเงินการบัญชี จะรวมถึงการจัดทำอัตราส่วนทางการเงินตามรูปแบบที่ สคร. กำหนด รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจผ่าน ตัวชี้วัดEconomic Value Management (EVM) โดยการวัดผลดังกล่าวจะดำเนินการที่ระดับองค์กรเมื่อมีการเริ่มใช้งานระบบ GFMIS-SOE ทุกรัฐวิสาหกิจที่ต้องมีการจัดทำ EVM  อย่างไรก็ดีระบบGFMIS-SOE ได้รับการออกแบบให้รองรับการประเมินผล EVM ที่ระดับ ต่ำกว่าองค์กรด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ระบบสามารถเริ่มใช้งานได้เมื่อรัฐวิสาหกิจที่ต้องมีการจัดทำ EVM ที่ระดับต่ำกว่าองค์กรมีความพร้อมในการนำส่งข้อมูลต่อไป              ระบบการประมาณการรายได้ ภาครัฐวิสาหกิจ (Revenue Planning System)                   ระบบการประมาณการรายได้ ภาครัฐวิสาหกิจ  ได้ดำเนินการออกแบบมีรายละเอียดดังนื้คือ การประมาณการรายได้ และติดตามผลการได้มาซึ่งรายได้ที่ได้วางแผนไว้ในลักษณะของเงินสดเข้า (Cash Basis) ทั้งในส่วนของเงินงบประมาณ  เงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ เงินกู้ และเงินอื่นใดที่รัฐวิสาหกิจจัดหามาเพื่อใช้ในการดำเนินการกิจการ สามารถแบ่งข้อมูลรายได้ ออกได้เป็น 2 ส่วนคือ รายได้จากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจและเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน เงินปันผลที่รัฐวิสาหกิจกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 ต้องนำส่งให้สคร. โดยสคร.จะเป็นผู้บันทึกข้อมูลเข้าระบบ GFMISหลัก แทนรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้ รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินไม่ต้องนำส่ง เนื่องจากการสำรวจความพร้อมของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน ไม่สามารถให้ข้อมูลแผน/ผลรายได้ที่เป็นลักษณะเกณฑ์เงินสดได้   ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และแผนการลงทุน ภาครัฐวิสาหกิจ (Expenditure and Investment Planning System)                    ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และแผนการลงทุน หน่วยงานกลางที่มีการใช้ข้อมูลคือ สคร. สศช. และสบน. ซึ่งข้อมูลการลงทุนส่วนใหญ่ของรัฐวิสาหกิจ ต้องมีการดำเนินการขอนุมัติจากสศช. ก่อนการดำเนินการ ยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่ได้รับการยกเว้นในกรณีต่างๆ เช่นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน เป็นต้น ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และแผนการลงทุน สามารถแบ่งข้อมูลออกได้เป็น 2 ส่วน คือ               • ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน และ               • ระบบวางแผนการลงทุน             ระบบการวางแผนการใช้จ่ายเงิน   จะครอบคลุม ถึงระบบการวางแผน ติดตามการใช้จ่ายเงินในส่วนของงบทำการของรัฐวิสาหกิจ โดยสามารถเปรียบเทียบผลการใช้จ่ายเงินกับแผนการใช้เงินเป็นรายเดือน ในทุกรัฐวิสาหกิจ  ยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์  เนื่องจากจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ภายหลังจากที่ส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์แล้วในแต่ละไตรมาส  นอกจากนี้ยังยกเว้นรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินด้วย เนื่องจากข้อมูลที่จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน จะเก็บในลักษณะเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ทั้งหมดไม่สามารถจำแนกข้อมูลในลักษณะ Cash Basis ออกมาได้           ระบบการวางแผนการลงทุน   จะครอบคลุมถึง ระบบการวางแผน ติดตามการใช้จ่ายเงินในส่วนของงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ตามรูปแบบที่สศช. กำหนด ติดตามการลงทุนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ตามคำนิยามที่สบน. กำหนด  และการจัดทำรายงานสรุปการจัดซื้อจ้ดจ้างของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ตามความต้องการของสคร.อย่างไรก็ดีระบบนี้จะรวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินของรัฐวิสาหกิจที่ใช้เงินงบประมาณ โดยระบบจะอำนวยความสะดวกให้รัฐวิสาหกิจสามารถบันทึกรายการเบิกจ่ายผ่านTerminal ที่ได้รับหลังจากนั้นเมื่อกรมบัญชีกลางประมวลผลการจ่ายเงินแล้วจะสามารถโอนเงินตามรายการเบิกจ่ายนั้นตรงผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร กรุงไทย และธนาคารอื่นของรัฐ เข้าบัญชีรัฐวิสาหกิจทุกวันทำการ                ในระบบนี้การวางแผนการใช้จ่ายเงินและแผนการลงทุนภาครัฐวิสาหกิจนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินไม่ต้องรายงานข้อมูลเข้ามา   ระบบข้อมูลทั่วไป ภาครัฐวิสาหกิจ (Non–Financial Information System)              ระบบข้อมูลทั่วไป ภาครัฐวิสาหกิจ จะจัดเก็บข้อมูลทั่วไปของรัฐวิสาหกิจตามที่ทาง สคร.ต้องการ โดยระบบที่ได้รับการออกแบบ มีรายละเอียดดังนี้คือ              • การบันทึกข้อมูลด้านบุคคลทั้งระดับบริหาร คณะกรรมการ และระดับปฏิบัติการ เพื่อใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ  รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้างฐานข้อมูลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ เพื่อรองรับการจัดทำ Directors’ Pool ในอนาคต              • การบันทึกข้อมูลสภาพทั่วไปของรัฐวิสาหกิจ เช่น โครงสร้างองค์กร รายชื่อผู้ถือหุ้นในกิจการรัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐวิสาหกิจเข้าไปถือหุ้นหรือร่วมทุน การเพิ่มทุนหรือระดมทุนของกิจการรัฐวิสาหกิจ และสถานะกองทุนบำเหน็จหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น   ระบบข้อมูลเพื่อผู้บริหาร  (Management Information System)               ระบบข้อมูลเพื่อการบริหาร จะหมายถึง ระบบที่รวบรวมรายงานในภาพสรุปเพื่อผู้บริหารทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานกลางทั้งหมดสามารถเข้ามาเรียกดูรายงานได้ตามสิทธิที่ตนเองได้รับ โดยระบบจะมีขอบเขตการทำงานครอบคลุมถึง               • การจัดทำระบบฐานข้อมูล Business Warehouse เฉพาะสำหรับรัฐวิสาหกิจ ที่สามารถแสดงผลการดำเนินการของรัฐวิสาหกิจเป็นรายแห่ง แยกตามกระทรวงที่สังกัด หรือตามสาขาอุตสาหกรรม (Sector) ที่สคร.กำหนด   นอกจากนี้ยังสามารถทำการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างรัฐวิสาหกิจ   ระหว่าง Sector หรือเปรียบเทียบกับภาพรวมของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดได้              • การจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อต่อเชื่อมกับระบบ ฐานข้อมูล Business Warehouse และManagement Cockpit ระบบ GFMIS ปัจจุบัน  โดยครอบคลุมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทำรายงานตามรูปแบบ State Enterprise Review (SER) ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูลในลักษณะภาพรวมของรัฐวิสาหกิจเป็นรายแห่ง ประกอบด้วย ข้อมูลองค์กร ข้อมูลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ บทสรุปการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio)  จัดทำข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนระบบประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยทำงานเชื่อมต่อกับระบบData Warehouse ปัจจุบันของสคร.  และระบบฐานข้อมูลบริหารหลักทรัพย์ของภาครัฐทั้งหมด(Investment Portfolio Database) ของสคร.             • การเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลของสถาบันการเงิน (Dataset ของสศช.) เพื่อให้ได้รายงานในส่วนของ Special Financial Institutes (SFI) ตามความต้องการของสคร. ซึ่งจะได้กล่าวถึงในส่วนของการเชื่อมโยงกับระบบงานอื่นในรายละเอียดต่อไป              ระบบ GFMIS-SOE จะมีการกำหนดโครงสร้างผังบัญชีมาตรฐาน เพื่อรองรับข้อมูลการเงินการบัญชีของรัฐวิสาหกิจได้ทั้ง 57 แห่ง โดย สคร. ได้กำหนดรัฐวิสาหกิจแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้      1. กลุ่มสถาบันการเงินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Finance – Listed)      2. กลุ่มสถาบันการเงินที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Finance – NonListed)      3. กลุ่มที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (NonFinance-Listed)      4. กลุ่มที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน และไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (NonFinance-NonListed)

16 มี.ค. 2559 อ่านต่อ
Thumbnail
ผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2557

ผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี ๒๕๕๗ มีทั้งสิ้น ๙ ประเภทรางวัล ดังนี้ ๑. รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมประจำปี ๒๕๕๗ : ไม่มีผู้ได้รับรางวัล ๒. รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ๓. รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น : บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   ๔. รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น เป็นดังนี้       ๔.๑ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่นในภาพรวม ได้แก่ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง       ๔.๒ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ด้านการบริหารจัดการสารสนเทศ : ไม่มีผู้ได้รับรางวัล       ๔.๓ รางวัลพัฒนาองค์กรดีเด่น ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล : ไม่มีผู้ได้รับรางวัล ๕. รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น ได้แก่ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร จากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ๖. รางวัลการเปิดเผยข้อมูลดีเด่น ได้แก่       ๑) การประปานครหลวง       ๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ๗. รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ๘. รางวัลนวัตกรรมดีเด่น ได้แก่   บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (Green Amazon Bio Cup) โดยมีรางวัลชมเชย(ระดับองค์กร) ๔ รางวัล ได้แก่         ๑) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (ระบบตรวจจับการลักลอบใช้บริการทางเสียง)       ๒) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (อุปกรณ์รับส่งข้อมูลปลายทาง (Remote Terminal Unit: RTU))       ๓) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (โปรแกรมจัดการจราจรขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)       ๔) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (อุปกรณ์จ่ายไฟฟ้าแบบหลายพอร์ท สำหรับอุปกรณ์แอคเซสพอยท์) โดยมีรางวัลชมเชย(ระดับบุคคล) ๑ รางวัล ได้แก่         ๑) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (เครื่องกักเก็บและฟอกน้ำยาแอร์รถยนต์ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่) ๙. รางวัลพิเศษ “รางวัลรัฐวิสาหกิจแห่งความภูมิใจ” ได้แก่       ๑) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย       ๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร       ๓) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  

30 มี.ค. 2559 อ่านต่อ
Thumbnail
ผลรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2549

  งานมอบรางวัลรัฐ วิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2549 จัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2549 ณ สโมสรทหารบก โดยมี ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานในงาน ประเภทและจำนวน: 5 ประเภท 17 รางวัล ดังนี้ 1) รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น (จำนวน 3 รางวัล) 2) รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น (จำนวน 5 รางวัล) 3) รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (จำนวน 5 รางวัล) 4) รางวัลการดำเนินการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น (จำนวน 3 รางวัล) 5) รางวัลการพัฒนาปรับสถานภาพองค์กรดีเด่น (จำนวน 1 รางวัล) เกณฑ์การพิจารณารางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่นประจำปี 2549 1. รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น - คะแนนประเมินผล ประจำปี 2548 - ผลการประเมินย้อนหลัง 3 ปี และ Incident 2. รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น - คะแนนประเมินผล ประจำปี 2548 - Incident 3. รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น - คะแนนประเมินผล ประจำปี 2548 - Incident 4. รางวัลการดำเนินการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น - รัฐวิสาหกิจเสนอโครงการ (โดยต้องไม่เกี่ยวเนื่องกับภาระกิจหลักขององค์กร) 5. รางวัลพัฒนาปรับปรุงสภาพองค์กรดีเด่น- คะแนนประเมินผล ประจำปี 2548- Incident ผลรางวัลปี 2549 1. รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น (จำนวน 3 รางวัล)   - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร   - ธนาคารอาคารสงเคราะห์   - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 2. รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น (จำนวน 5 รางวัล)   - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)   - ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย   - ธนาคารอาคารสงเคราะห์   - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)   - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย 3. รางวัลการบริหารจัดการองค์กรดีเด่น (จำนวน 5 รางวัล)   - การประปานครหลวง   - การไฟฟ้านครหลวง   - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย   - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค   - บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด 4. รางวัลการดำเนินการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น (จำนวน 3 รางวัล)   - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย   - บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)   - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  5. รางวัลการพัฒนาสถานภาพองค์กรดีเด่น (จำนวน 1 รางวัล)   - บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด  

30 มี.ค. 2559 อ่านต่อ