ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
สคร. จัดประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ (สังคม)

สคร. จัดประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ   สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จัดประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงและ ประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจสาขาขนส่ง โดยมี นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข ผู้อำนวยการกองพัฒนารัฐวิสาหกิจ 1 รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (สคร.) อนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดทำบันทึกข้อตกลงและประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจ สาขาขนส่งร่วมประชุม โดยมีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคาร SME BANK เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559          

9 ก.ย. 2565 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแบบมาตรฐานสัญญาร่วมลงทุนฯ

สคร. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นร่างแบบมาตรฐานสัญญาร่วมลงทุนฯ นางปานทิพย์ ศรีพิมล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ กล่าวเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างแบบมาตรฐานสัญญาร่วมลงทุน ตามพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (ระดับที่ 3) เพื่อชี้แจงแนวคิด และรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกต เพื่อใช้ประกอบการปรับปรุงร่างดังกล่าว ณ  ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559

9 ก.ย. 2565 อ่านต่อ
Thumbnail
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ครั้งที่ 1/2559

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ครั้งที่ 1/2559 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ครั้งที่ 1/2559 เพื่อพิจารณากรอบระยะเวลาในการดำเนินงานภายใต้มาตรการ PPP Fast Track ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแคและช่วงบางซื่อ-ท่าพระ รวมไปถึงการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง โดยมีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559

9 ก.ย. 2565 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 1/2559

สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 1/2559   นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)  ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ร่วมประชุม คนร. ครั้งที่ 1/2559 โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2559                                 โดยมีผลการประชุม สรุปได้ดังนี้   1. ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... คนร. ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ....  ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ได้รับจากการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2558 และมีมติเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. .... ตามที่คณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติเสนอ และมอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป เนื่องจากเป็นกฎหมาย        ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการนำหลักบรรษัทภิบาลที่ดี (Good Corporate Governance) ตามมาตรฐานสากลมาปรับใช้กับรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง รวมทั้งจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติขึ้น          เพื่อเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัท  ทั้งนี้ ขอให้สื่อสารทำความเข้าใจกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันด้วย   2. ผลการพิจารณาการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง (1) คนร. รับทราบผลการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ตามที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจเสนอ ซึ่งเห็นว่า รัฐวิสาหกิจมีความคืบหน้าและพัฒนาดีขึ้นตามลำดับ แต่การแก้ไขปัญหาในบางประเด็นสำคัญ ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และจำเป็นต้องมีการติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด และจะมีการประเมินผลการดำเนินงานอีกครั้งในเดือนมีนาคม 2559 (2) คนร. มีข้อสังเกตในการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจรายแห่ง ดังนี้  1) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ. ทีโอที) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ. กสท) - มอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวง ICT) กำหนดทิศทางและบทบาทที่ชัดเจนร่วมกันของรัฐวิสาหกิจทั้ง 2  แห่ง และกำกับดูแลการดำเนินงานดังกล่าว ให้มีความชัดเจนและเห็นผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมีนาคม 2559  2) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) - ในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ รฟท. กำหนดให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ต้องมีความชัดเจนถึงแหล่งเงินลงทุนก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา และให้เริ่มลงทุนให้ได้ภายในปี 2559-2560 - กำหนดนโยบายให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนสำหรับโครงการของ รฟท. เพิ่มขึ้นแทนการให้ รฟท. ลงทุนเอง เพื่อลดภาระการลงทุนของภาครัฐในภาพรวม และสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ARL) ยืนยันให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในการดำเนินงานเดินรถ - กำหนดให้ รฟท. จัดทำแผนงานการส่งมอบพื้นที่ย่านโรงงานมักกะสันให้ชัดเจน โดยยืนยันให้ รฟท. ทยอยส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงการคลังภายใน 2 ปี ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านพัก ผ่อนผันให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายใน 3 ปี 4) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) - เร่งรัดให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนแผนการจัดหารถ โดยให้พิจารณาประเภทและจำนวนที่เหมาะสมภายในเดือนมีนาคม 2559  - เร่งจัดซื้อรถโดยสารก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน ให้สามารถประกวดราคาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2559 - การจัดทำระบบตั๋วร่วมให้เริ่มดำเนินการในส่วนที่สามารถดำเนินการได้เลยทันที โดยเฉพาะในส่วนของ ขสมก. ก่อน - ให้พิจารณาความเป็นไปได้ในการให้เอกชนเข้ามาเดินรถในส่วนของ ขสมก. เพิ่มเติม และให้กำกับรถร่วมบริการให้มีคุณภาพการให้บริการที่ดีขึ้น 5) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ. การบินไทย) - ให้จัดทำแผนงานและกำหนดเวลาการจัดการตัวแทนจำหน่าย (Agent) ให้มีความชัดเจน และเสนอภายในเดือนมีนาคม 2559 - ให้ชะลอการจัดหาเครื่องบินที่ยังไม่มีความจำเป็น ในกรณีมีการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติม จะต้องเป็นเครื่องบินประเภทเดียวกับที่มีอยู่แล้วในฝูงบิน 6) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) - เร่งลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  7) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) - ให้เร่งดำเนินการจัดหาพันธมิตรให้เป็นไปตามแผนงานและลดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (3) เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานรัฐวิสาหกิจร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง  คนร. จะติดตามผลการดำเนินงานตามแผนที่ยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง โดยได้กำหนดตัวชี้วัดการประเมินผลการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่ง เพื่อประเมินผลต่อไปในเดือนมีนาคม 2559 และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจ พิจารณาแผนการดำเนินงานในปี 2559 ของรัฐวิสาหกิจ โดยให้สอดคล้องกับแผนปฏิรูปและนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งกำหนดแนวทางการประเมินผลการแก้ไขปัญหาและมาตรการเพื่อบังคับใช้  ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจไม่สามารถดำเนินการได้บรรลุตามเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2559    

9 ก.ย. 2565 อ่านต่อ
Thumbnail
การสนับสนุนสมาคมกีฬาจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน

ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ณ ทำเนียบรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นประธานพิธีลงนามการสนับสนุนสมาคมกีฬาจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง การท่องเที่ยวและกีฬา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี (ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมล ศรีวิกรณ์)ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี (นายศุภนิจ จัยวัฒน์) ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ (นายกองเอก ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน   ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการสนับสนุนสมาคมกีฬา จากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาวงการกีฬาควบคู่ไปกับการผลักดันให้การกีฬาเป็น soft Power ที่สำคัญของประเทศ ภายใต้หลักการที่ต้องการให้มีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนอย่างกว้างขวางทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงขยายการสนับสนุนให้ครบถ้วนครอบคลุมทุกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และการกีฬาแห่งประเทศไทย   การลงนามในวันนี้ ประกอบด้วยผู้ให้การสนับสนุนทั้งสิ้น 38 หน่วยงาน มีสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่ได้รับการสนับสนุน จำนวน 87 สมาคม ทั้งนี้ การสนับสนุนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาวงการกีฬาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยวงเงินที่จะสนับสนุนไปยังสมาคมกีฬาต่างๆ จะมีจำนวนประมาณปีละ 400 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,640 ล้านบาทโดยคาดว่าการสนับสนุนสมาคมกีฬาอย่างทั่วถึงและต่อเนื่องจะช่วยให้สมาคมกีฬาต่างๆ สามารถวางแผนการพัฒนาในระยะยาวได้อย่างเหมาะสม และก่อให้เกิดประโยซน์สูงสุดต่อการพัฒนาวงการกีฬาไทย

29 มี.ค. 2567 อ่านต่อ