ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
สคร. จัดสัมมนาชี้แจงผลการประเมินและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจใหม่ และรายงานผลประเมินสถานะการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจส่วน Core Business Enablers

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นประธานเปิดการสัมมนาชี้แจงผลการประเมินและสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจใหม่ (ระบบ SE-AM) และรายงานผลประเมินสถานะการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจส่วน Core Business Enablers ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ SE-AM และชี้แจงผลการประเมินสถานะการดำเนินงานฯ สำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ จำนวน 34 แห่ง การสัมมนาครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โรงแรมตวันนา ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพฯ

22 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

     สรุปสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5      PM 2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน มีขนาดประมาณเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลาง ของเส้นผมมนุษย์ถึง 20 เท่า ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก คนชรา ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว และสตรี มีครรภ์ สำหรับประเทศไทย พื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มี 3 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ สาเหตุหลักมาจากการเผา ในพื้นที่ป่าและการเผาวัสดุทางการเกษตร พื้นที่บริเวณหน้าพระลาน จ.สระบุรี สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ที่มีการประกอบกิจการโรงโม่บดย่อยหิน เหมืองหิน โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานปูนขาว โรงแต่งแร่ และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจราจรและบรรทุกขนส่งในพื้นที่เป็นจำนวน มาก พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สาเหตุหลักมาจากการรถยนต์ดีเซลและจากการจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง      สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ภาพรวมของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปี 2556 - 2563 ปริมาณ     ฝุ่นละอองจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ไปจนถึงเดือนมีนาคม สาเหตุตามที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาไม่เอื้อต่อการกระจายตัวของฝุ่นละออง และเป็น ช่วงรอยต่อฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน สภาวะอากาศนิ่ง ลมสงบ ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่นละอองในบรรยากาศทำให้ระดับฝุ่นละอองมีค่า สูงขึ้นในช่วงนี้      มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5      คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ“การแก้ไข ปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในภาพรวมของประเทศและพื้นที่วิกฤติโดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันทุกภาคส่วนด้วย 3 มาตรการ โดยสรุปดังนี้      มาตรการที่ 1 : การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (การแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วนและในช่วงวิกฤต) แผนเผชิญเหตุ/มาตรการตอบโต้สถานการณ์4 ระดับ ดังนี้ - ระดับที่ 1 : PM2.5 ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. หน่วยงานดำเนินภารกิจตามสภาวะปกติ - ระดับที่ 2 : PM2.5 ระหว่าง 51- 75 มคก./ลบ.ม. ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการให้เข้มงวดขึ้น - ระดับที่ 3 : PM2.5 ระหว่าง 76 -100 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการกทม./จังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้อำนาจ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องควบคุมพื้นที่ ควบคุมแหล่งกำเนิดและกิจกรรมที่ทำให้เกิดมลพิษ - ระดับที่ 4 : PM2.5 มากกว่า 100 มคก./ลบ.ม. เสนอให้ประชุมคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง (กก.คพ. กก.วล) เพื่อเสนอ มาตรการให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ      มาตรการที่ 2 : การป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง(แหล่งกำเนิด)(การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (62-64) และระยะยาว (65-67) จากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง/ภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การก่อสร้างและผังเมือง และภาคครัวเรือน      มาตรการที่ 3 : การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ (การแก้ไขปัญหาในระยะสั้น (64-64) และระยะยาว (65-67)) พัฒนาเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ทบทวน/ปรับปรุงกฎหมาย/มาตรฐาน/แนวทางปฏิบัติและพัฒนาระบบ ฐานข้อมูล/ระบบคาดการณ์ เป็นต้น      สำหรับข้อมูลการติดตามตรวจวัด PM2.5 ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศแบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.com แอปพลิเคชั่น Air4Thai และ bangkokairquality.com ที่มา: กรมควบคุมมลพิษ

20 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
การแก้ปัญหาภัยแล้ง

     พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และได้รับทราบรายงานภัยแล้ง ระหว่างวันที่     7-12 มกราคม 63 รวมทั้งรัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือซึ่งเป็นเงินทดรองจ่าย 18 จังหวัด อาทิ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ เป็นการช่วยเหลือเร่งด่วน เป็น 2 ช่วง ตั้งแต่เดือนมกราคม - เมษายน ที่แล้งมาก หลังจากนั้น เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ที่ฝนจะตกน้อย      ด้าน บกปภ.ช ได้มีการสั่งการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน มีการแบ่งความรับผิดชอบหลัก คือ กลุ่มที่ 1 การให้ข้อมูลสถานการณ์น้ำการพยากรณ์  กลุ่มที่ 2 คือผู้บริหารจัดการน้ำกลุ่มที่ 3 คือหน่วยงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหา หาแหล่งน้ำแหล่งน้ำสำรอง ขุดบ่อน้ำบาดาลและแหล่งน้ำสำรองผลิตน้ำประปาและพื้นที่นำร่องเก็บน้ำโครงการแก้มลิงชั่วคราว เพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำ รวมทั้งควบคุมน้ำในทางการเกษตร ขอความร่วมมือเกษตรกรไม่ให้ปิดกั้นลำน้ำหรือสูบนำเข้าพื้นที่เพาะปลูก ประสานกรมฝนหลวงในพื้นที่ทำฝนหลวงตามสภาพภูมิอากาศตามความเหมาะสม รวมทั้งเข้าระวังควบคุมไม่ให้นำน้ำเสียลงพื้นที่น้ำ เพราะจะต้องมีการนำน้ำดีไล่น้ำเสีย นอกจากนี้ ต้องดูแลการป้องกันการพังทลายของตลิ่งและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันประหยัดน้ำด้วย      ด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้อนุมัติโครงการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยแล้ง และลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร จำนวน 2 โครงการ     คือ 1. โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นาของสมาชิกสถาบันเกษตรกรระยะที่ 2 ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาระบบน้ำในไร่นา (ขุดสระเก็บน้ำ/เจาะบ่อบาดาล) เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากภัยแล้ง และเป็นน้ำต้นทุนในการวางแผนการผลิตก่อนหรือหลังฤดูกาลให้ผลผลิตทยอยออกสู่ตลาด   ในระยะเวลาที่เหมาะสมและ 2 โครงการช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน โดยสหกรณ์จะจัดหาวัตถุดิบและนำมาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและจำหน่ายให้กับสมาชิก    ในราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อลดต้นทุนการผลิตไข่ไก่ให้กับสมาชิกสหกรณ์      (15 ม.ค. 63) ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การแก้ปัญหาภัยแล้งว่า จะขอความร่วมมือจากทีมงานประชาสัมพันธ์ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการชี้แจงสถานการณ์น้ำ การดำเนินงานภาครัฐ รวมถึงการเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เป็นไปอย่างรอบด้านและทันต่อสถานการณ์ โดยจะครอบคลุมทั้งการประชาสัมพันธ์เชิงรุก-  เชิงรับ โดยจะมีการแถลงข่าวเป็นประจำทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านโซเซียลมีเดีย การจัดทำ Fanpage กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร  พร้อมบูรณาการงานประชาสัมพันธ์ร่วมกับหลายหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว      ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด และมีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย รวมทั้งจะได้มีการประสานเพื่อเร่งรัดงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีที่ผ่าน เพื่อไปสู่หน่วยปฏิบัติให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้เดินตามแผนงานที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะบ่อบาดาล การซ่อมแซมระบบประปา พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ แก้มลิง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายน้ำให้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นด้วย                                                                                                            ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

20 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดการประชุมติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้จัดการประชุมติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยมี รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นประธาน โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ 19 แห่ง รวมถึงผู้บริหารบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง เพื่อรับนโยบายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

16 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. ร่วมสัมมนา “การเผยแพร่และการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนศึกษา (Human Rights Education) ในสังคมไทย”

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เข้าร่วมสัมมนา “การเผยแพร่และการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนศึกษา (Human Rights Education) ในสังคมไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และส่งมอบหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและคู่มือการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสร้างแนวทางอย่างเป็นระบบในการสร้างเสริม สิทธิมนุษยชนศึกษา ในทุกภาคส่วน  โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 2 อาคารทรงกลม โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563

14 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
“สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม ณ สิ้นไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 72,387 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 38 ของเป้าหมายทั้งปี”

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าในเดือนธันวาคม 2562 สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 จำนวน 4,465 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 136 ของประมาณการ จำนวน 3,275 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม ณ สิ้นไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 72,387 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 109 ของประมาณการเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม จำนวน 66,452 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38 ของเป้าหมายทั้งปี (เดือนตุลาคม 2562 – เดือนกันยายน 2563) จำนวน 188,800 ล้านบาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

7 ม.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
รัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน 2 เดือนสุดท้ายของปี 62 เบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย 100,000 ล้านบาท

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า จากที่รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) มอบนโยบายให้รัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในช่วง 2 เดือน (เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2562) ให้ได้มากกว่า 100,000 ล้านบาทก่อนสิ้นปี 2562 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงสุดท้ายของปี 2562 และในปี 2563 ได้อย่างต่อเนื่อง สคร. ได้ดำเนินการเร่งรัดและติดตามการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจอย่างใกล้ชิด โดยร่วมกับรัฐวิสาหกิจและกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในรัฐวิสาหกิจเพื่อเร่งผลักดันและแก้ไขปัญหาที่จะทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนมีความล่าช้า ให้รัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้ตามเป้าหมาย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

27 ธ.ค. 2562 อ่านต่อ