ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
“สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน 7 เดือน ปีงบประมาณ 2563 รวมจำนวน 144,922 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายสะสมร้อยละ 16 หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของเป้าหมายทั้งปี”

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าในเดือนเมษายน 2563 สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 (กิจการฯ) จำนวน 43,749 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ส่งผลให้มีเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสมจากรัฐวิสาหกิจและกิจการฯ ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (1 ตุลาคม 2562 – 30 เมษายน 2563) จำนวน 144,922 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายสะสมร้อยละ 16 หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของเป้าหมายทั้งปีงบประมาณ 2563 จำนวน 188,800 ล้านบาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

7 พ.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
การเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในไตรมาส 1 ปี 2563 ผลักดันเศรษฐกิจไทยปี 2563

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2563 ของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2563 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมจำนวน 71,720 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 107 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม โดยเม็ดเงินสะสมสิ้นสุดมีนาคม 2563 มากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 1,253 ล้านบาท หรือร้อยละ 101.78 โดยรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่และสามารถเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การประปาส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง โดยเป็นผลจากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในช่วงก่อนหน้านี้ และการปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

27 เม.ย. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. ย้ำรัฐวิสาหกิจให้เร่งเบิกจ่ายงบลงทุนในไตรมาส 1/2563 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2563 ของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรง ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมจำนวน 50,786 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ของแผนการเบิกจ่ายสะสม นายชาญวิทย์ นาคบุรี ที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง แบ่งเป็นการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 34 แห่ง จำนวน 37,726 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 64 ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 5 เดือน (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 - กุมภาพันธ์ 2563) และการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน 11 แห่ง จำนวน 13,060 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 119 ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม 2 เดือน (ตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2563) ทั้งนี้ มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สามารถเบิกจ่ายได้เกินกว่าเป้าหมาย เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย แผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ 12 ปี 2560 – 2564 ของการไฟฟ้านครหลวง และงานก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบท่อส่งน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค สำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เบิกจ่ายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 โครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ช่วงบางซื่อ – รังสิต (งานระบบไฟฟ้า) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกตะวันตก   ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

26 มี.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
“สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดิน 5 เดือน ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 96,866 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 51 ของเป้าหมายทั้งปี”

นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 สคร. จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50 (กิจการฯ) จำนวน 17,717 ล้านบาท ส่งผลให้มีเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสมจากรัฐวิสาหกิจและกิจการฯ ในช่วง 5 เดือนแรก (1 ตุลาคม 2562 – 29 กุมภาพันธ์ 2563) จำนวน 96,866 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 107 ของประมาณการเงินนำส่งรายได้แผ่นดินสะสม หรือคิดเป็นร้อยละ 51 ของเป้าหมายทั้งปีงบประมาณ 2563 จำนวน 188,800 ล้านบาท   ติดรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

6 มี.ค. 2563 อ่านต่อ
Thumbnail
การสัมมนา "การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรอง"

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้มีการจัดสัมมนา “การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายลำดับรอง” จำนวน ๒ จังหวัด ที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยการสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) และเป็นการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการดำเนินการและการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่มีขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ให้แก่บุคลากรหน่วยงานของรัฐ ได้แก่ หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอิสระ ในเขตจังหวัดภาคตะวันออก จำนวน ๗ จังหวัด และภาคใต้ จำนวน ๑๔ จังหวัด เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้เกิดโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนได้เพิ่มขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลและเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจเข้าร่วมสัมมนาและสอบถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ การขอรับการใช้เงินกองทุนและกฎหมายลำดับรองที่มีการประกาศใช้บังคับแล้วเป็นจำนวนมาก    

28 ก.พ. 2563 อ่านต่อ