ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
“ทุบสถิติ! รัฐวิสาหกิจโชว์ผลงานการเบิกจ่ายงบลงทุน ประจำปีบัญชี 2568 กว่า 2.56 แสนล้านบาท ทะลุร้อยละ 96 ของกรอบงบลงทุน”

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นปีบัญชี 2568 รัฐวิสาหกิจสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนได้สูงกว่าเป้าหมายที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (ร้อยละ 95) สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐวิสาหกิจในการขับเคลื่อนการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ประจำปีบัญชี 2568 ที่อยู่ในการติดตามของ สคร. อย่างใกล้ชิด จำนวน 43 แห่ง (รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ 34 แห่ง และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน 9 แห่ง) มีการเบิกจ่ายงบลงทุนจนถึงสิ้นปีบัญชี 2568 จำนวน 256,340 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 96 จากกรอบงบลงทุนทั้งสิ้น จำนวน 267,099 ล้านบาท แบ่งเป็นผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 - เดือนกันยายน 2568) จำนวน 133,787 ล้านบาท หรือร้อยละ 95 ของกรอบงบลงทุน และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน (เดือนมกราคม 2568 - เดือนธันวาคม 2568) จำนวน 122,553 ล้านบาท หรือร้อยละ 97 ของกรอบงบลงทุน ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณที่เบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของแผนการเบิกจ่ายและมีมูลค่าสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการประปานครหลวง (กปน.) และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินที่เบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของแผนการเบิกจ่ายและมีมูลค่าสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1N9vcG6rOOLXQKk9kGg7JJntv6L5HrwiP/view?usp=sharing

28 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. ต้อนรับคณะผู้แทนกระทรวงการคลังจากรัฐบาลบังกลาเทศโดยมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ และด้านการจัดเก็บรายได้ที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tax Revenue) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 15-5 ชั้น 15 สคร.

นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคร. จำนวน 10 คน ได้ให้การต้อนรับ Mr. M M Mostafa Jamal Chowdhury, Deputy Secretary, Finance Division พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังจากรัฐบาลบังกลาเทศ จำนวน 14 คน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 15-5 ชั้น 15 สคร. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ การประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ การพัฒนานโยบายด้านการจัดเก็บรายได้ที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tax Revenue) รวมทั้งการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความร่วมมือกันด้านการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจระหว่างกระทรวงการคลังของทั้งสองประเทศในอนาคตต่อไป

28 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Infrastructure Fund: AIF) ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569

นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะผู้แทนประเทศไทยในคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Infrastructure Fund: AIF) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคร. จำนวน 3 ราย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการ AIF ครั้งที่ 28 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ประชุมได้รับทราบประเด็นสำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการ ฐานะการเงิน และความคืบหน้าการดำเนินงานด้านการให้เงินกู้ของ AIF รวมถึง รายการโครงการ (Project Pipeline) ของ AIF ซึ่งปัจจุบันมีโครงการ Climate Adaptive Strengthening of Lower Eastern Chao Phraya River Water System Project ของประเทศไทย (กรมชลประทาน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ AIF ให้บรรจุในรายการโครงการ (Project Pipeline) เมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการแรกของรัฐบาลไทยที่จะใช้เงินกู้ AIF โดยคาดว่าโครงการจะได้รับอนุมัติเงินกู้ภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีโครงการที่บรรจุในรายการโครงการที่มีศักยภาพ (Indicative List of Projects for Possible AIF Financing) จำนวน 5 โครงการ และคาดว่าจะสามารถได้รับการบรรจุในรายการโครงการของ AIF ในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ ในการประชุมดังกล่าวคณะกรรมการ AIF ได้ติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการระหว่างปี 2568 - 2571 ของ AIF (AIF Action Plan 2025 - 2028) ที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการเงินของ AIF การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และการสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นบทบาทของ AIF ในการเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน และเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนนโยบายและทิศทางการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก โดยประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ AIF ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง

22 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
“กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ผลตอบแทนเด่น ช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ประชาชน”

     นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานกรรมการในคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนรวมวายุภักษ์ เปิดเผยว่า กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง (กองทุนฯ) ได้เสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ให้แก่นักลงทุนทั่วไปจำนวน 150,000 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้น 10 ปี (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2577) และมีราคาที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป อัตราหน่วยละ 10 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หน่วยลงทุนประเภท ก. ได้เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หน่วยลงทุนประเภท ก. ได้มีราคาปิดที่หน่วยละ 10.70 บาท      ในปี 2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) มีความผันผวนค่อนข้างมาก โดย ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 SET Index ปิดที่ 1,259.67 จุด ลดลงจากสิ้นปี 2567 ซึ่งปิดที่ 1,400.21 โดยมีจุดต่ำสุดที่ 1,053.79 จุด เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ซึ่งมีสาเหตุหลักจากความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม กองทุนฯ ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคงในระยะยาว มีความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่นักลงทุน โดยสำหรับรอบผลการดำเนินงานวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กองทุนฯ จะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.4604 บาท/หน่วย ในวันที่ 22 มกราคม 2569 (กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) ในวันที่ 5 มกราคม 2569) ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลที่จ่ายไปแล้วสำหรับครึ่งปีแรก (1 มกราคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568) ที่ 0.1488 บาท/หน่วย เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ส่งผลให้อัตราเงินปันผลสำหรับปี 2568 เท่ากับ 0.6092 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 6.09 ต่อปี ทั้งนี้ กองทุนฯ จะมุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีอัตราผลตอบแทนดี มีความมั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว      คณะกรรมการกำกับการดำเนินงานกองทุนรวมวายุภักษ์จะกำกับติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนฯ อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้กองทุนฯ เป็นทางเลือกในการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงให้แก่ประชาชนผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. และภาครัฐซึ่งเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ข. ในระยะยาว รวมถึงเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมต่อไป ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้เข้าร่วมชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อสื่อมวลชนด้วย  

16 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

นางวชิรญา เพิ่มภูศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการประเมินผลรัฐวิสาหกิจ และ นางสาวกุลลดา ภู่สุวรรณ นักวิเคราะห์รัฐวิสาหกิจชำนาญการพิเศษ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จัดโดย สำนักงาน ป.ป.ช.  และร่วมหารือกลุ่มย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาเครื่องมือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในข้อคำถาม EIT (Externl Integrity and Transparency Assessment) เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม.

15 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ จัดการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1/2569

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จัดการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองกรรมการรัฐวิสาหกิจ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม 15-4 ชั้น 15 สคร. อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เเละผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายประสงค์ พูนธเนศ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และนายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการ สคร. เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจ

13 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
สำนักงาน กขค. เข้าพบ สคร. เพื่อหารือเกี่ยวกับการสำรวจการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมของรัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 15-2 ชั้น 15 สคร.

นายพิทย อุทัยสาง ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคร. ได้ให้การต้อนรับ นายมนยศ วรรธนะภูติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กขค. เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุม 15-2 ชั้น 15 สคร. เพื่อหารือเกี่ยวกับการสำรวจการปฏิบัติตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมของรัฐวิสาหกิจ โดยการดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติตามหลักการความเป็นกลางในการแข่งขันทางการค้า (Competitive Neutrality) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และได้มีความร่วมมือกันในการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าของรัฐวิสาหกิจในตลาดแข่งขันต่อไป

6 ม.ค. 2569 อ่านต่อ
Thumbnail
“ สคร. เชื่อมั่นรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินเบิกจ่ายส่งท้ายปี 2568 ได้ตามเป้าหมาย”

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในกำกับของ สคร. จำนวน 43 แห่ง ได้แก่ รัฐวิสาหกิจที่ใช้ปีบัญชีตามปีงบประมาณ (รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ) จำนวน 34 แห่ง และรัฐวิสาหกิจที่ใช้ปีบัญชีตามปีปฏิทิน (รัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน) จำนวน 9 แห่ง มีการเบิกจ่ายงบลงทุนจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 แล้วจำนวน 240,747 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนการเบิกจ่าย แยกเป็นการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 - เดือนกันยายน 2568) ซึ่งได้สิ้นสุดการเบิกจ่ายงบลงทุนประจำปีบัญชี 2568 แล้วจำนวน 134,289 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนการเบิกจ่าย และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทิน (เดือนมกราคม 2568 - เดือนพฤศจิกายน 2568) จำนวน 106,459 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 104 ของแผนการเบิกจ่าย ทั้งนี้ รัฐวิสาหกิจปีงบประมาณที่เบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของแผนการเบิกจ่ายและมีมูลค่าสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการประปานครหลวง (กปน.) สำหรับรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินที่เบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของแผนการเบิกจ่ายและมีมูลค่าสูงสุด3 อันดับ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1B0CBHPgiCS1-fQD2bhcIF3jTJeqEv2HD/view?usp=sharing

29 ธ.ค. 2568 อ่านต่อ