ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
สคร. ร่วมกับสถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดสัมมนา PPP (ภายในองค์กร)

สคร. ร่วมกับสถานฑูตอังกฤษประจำประเทศไทย จัดสัมมนา PPP (ภายในองค์กร)   นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวเปิดการสัมมนา Thailand – UK Seminar on Public Private Partnerships (ภายในองค์กร) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก Infrastructure UK บรรยายเรื่องกรณีศึกษาการใช้ PPP ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศอังกฤษ พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของประเทศไทยและประเทศอังกฤษ  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2558                    

28 มี.ค. 2559 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ

สคร. จัดประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ร่วมประชุมคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ครั้งที่  2/2559 โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมในฐานะที่ปรึกษา และนายประสาร  ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานอนุกรรมการการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ พร้อมทั้งคณะอนุกรรมการร่วมประชุมด้วย ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 ชั้น 4 กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2558

28 มี.ค. 2559 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558

สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เข้าร่วมในฐานะกรรมการและเลขานุการ คนร. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558   โดยมีผลการประชุมดังนี้  1. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) 1) คนร. เห็นชอบหลักการการแก้ไขปัญหาของ ธอท. โดยให้มีการหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ ในการดำเนินธุรกิจธนาคารตามหลักชารีอะฮ์เข้ามาร่วมลงทุน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมืออาชีพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยให้กระทรวงการคลังยังคงถือหุ้นใน ธอท. ต่อไปด้วยสำหรับ การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพให้โอนไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่จัดตั้งโดยกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะพิจารณาในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายงานความคืบหน้าให้ คนร. ทราบภายใน 2 เดือน                        2)มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจและกระทรวงการคลังพิจารณาในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแนวทางข้างต้น รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายโดยเร็วต่อไป                      2. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.) 1) คนร. รับทราบแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win) ตามที่ บกท. เสนอ โดยจะสามารถ เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ได้รวม 3,000 ล้านบาท และให้ บกท. ปรับปรุงแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win) โดยให้เพิ่มมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมทั้ง พิจารณาสัดส่วนพนักงานให้เหมาะสมกับภารกิจและทิศทางต่อไป และให้มีการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงความจำเป็นในการดำเนินตามมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ                        2) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในรายละเอียดแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win)และกำกับติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป                        3) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังเร่งหารือเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานองค์กรในระยะยาวให้ชัดเจน                     3. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 1) คนร. ให้ รฟท. จัดทำแผนการพัฒนาที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการเดินรถ (Non-core)และจัดส่งข้อมูลที่ดิน Non-coreให้ คนร. ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558 รวมทั้งการจัดหาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถมาใช้ประโยชน์ เช่น การจัดทำพื้นที่ตลาด เป็นต้น ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปพิจารณาร่วมกัน 2) กำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนและเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงและ ARL แทนการให้ รฟท. เป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณากำกับการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด็ว  4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 1) คนร. เร่งรัดให้ ขสมก. จัดทำแผนดำเนินการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายที่สามารถดำเนินการ ได้เองทันที เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมและจัดส่งให้ คนร. ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558                       2) คนร. มอบหมายกระทรวงคมนาคมดังนี้                           - เร่งนำเสนอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีปี 2526 และสร้างความชัดเจนของบทบาทและแนวทาง ในการกำกับดูแลการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกโดยเฉพาะการกำหนดหน้าที่และเส้นทางเดินรถให้ ขสมก. และการจัดทำแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถ                           - การจัดซื้อรถโดยสาร NGV จำนวน 489 คัน ของ ขสมก. ให้คณะกรรมการ ขสมก. เร่งพิจารณาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว รวมถึงทบทวนแผนการจัดซื้อรถโดยสารทั้งประเภทและจำนวนที่เหมาะสม โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา ทั้งนี้ ให้มีการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศด้วย   - มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปพิจารณาหารือร่วมกันในการพัฒนาระบบ E-ticket ให้สอดคล้องกับระบบ E-payment เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อของข้อมูลของประชาชนที่มีรายได้น้อยที่จะมีสิทธิใช้บริการตามนโยบายภาครัฐต่อไป  5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) คนร. รับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของ ธพว. ที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย 6. – 7. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ. ทีโอที) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ. กสท)       คนร. รับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท. โดยให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาองค์กร การใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน และการแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ ของ บมจ. ทีโอที และบมจ. กสท. รวมทั้ง กำหนดทิศทางของ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ให้สอดคล้องกับนโยบาย Digital Economyเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป ทั้งนี้ คนร. ได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจทั้ง ๗ แห่ง ดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรให้เห็นเป็นรูปธรรม โดย คนร. จะประเมินผลการดำเนินการใน 2 ระยะ คือ ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2558 และสิ้นเดือนมีนาคม 2559   โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

28 มี.ค. 2559 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบาย PPP ครั้งที่ 6/2558

สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบาย PPP ครั้งที่ 6/2558   นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบาย การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ครั้งที่ 6/2558 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ นโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พร้อมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารระดับสูงและบุคลากร สคร. ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี ชั้น 2 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558                           โดยคณะกรรมการ PPP ได้พิจารณามาตรการเร่งรัดโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPPFastTrack) ดังนี้ 1. อนุมัติคัดเลือกโครงการภายใต้มาตรการ PPPFastTrackระยะแรก จำนวน 5 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 334,207 ล้านบาท ดังนี้   1.1 โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี มีมูลค่าโครงการ 56,725ล้านบาท   1.2 โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว – สำโรง มีมูลค่าโครงการ 54,768ล้านบาท   1.3 โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแคและช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีมูลค่าโครงการ 82,494ล้านบาท   1.4 โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน –นครราชสีมา มีมูลค่าโครงการ 84,600ล้านบาท   1.5 โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี มีมูลค่าโครงการ 55,620ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจะเป็นการลงทุนของรัฐในเรื่องงานโยธาและให้เอกชนเป็นผู้บริหาร และบำรุงรักษาโครงการ                  2. กำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินโครงการภายใต้ PPPFastTrackดังนี้ โครงการ คาดการณ์กำหนดระยะเวลาตามมาตรการ PPPFastTrack เสนอ รมว. เจ้าสังกัด เสนอคณะกรรมการ นโยบายฯ เสนอคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาเอกสาร การคัดเลือกเอกชน 1. โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู     ช่วงแคราย – มีนบุรี รมว. เห็นชอบแล้ว (กันยายน 2558) กุมภาพันธ์ 2559 มีนาคม 2559 พฤษภาคม 2559 2. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง     ช่วงลาดพร้าว – สำโรง 3. โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน     ช่วงหัวลำโพง-บางแคและช่วงบางซื่อ-ท่าพระ รมว. เห็นชอบภายใน ธันวาคม 2558             4. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง     สายบางปะอิน – นครราชสีมา รมว. เห็นชอบภายใน ธันวาคม 2558 กุมภาพันธ์ 2559 มีนาคม 2559 พฤษภาคม 2559 5. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง     สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี                    3. มอบหมายให้ สคร. หารือในรายละเอียดร่วมกับกระทรวงคมนาคมในการให้เอกชนร่วมลงทุน ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (AirportRailLink) โครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพ – ระยอง และสายกรุงเทพ – หัวหิน เพื่อให้พิจารณาความพร้อมในการเข้ามาตรการ PPP Fast Track ตามผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 ต่อไป                  4. เห็นชอบแนวทางการกำกับติดตามโครงการภายใต้มาตรการ PPPFastTrackดังนี้                      4.1 ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและกระทรวงเจ้าสังกัดร่วมจัดทำแผนการดำเนินโครงการในรายละเอียดตามมาตรการ PPP Fast Track รวมทั้ง กำหนดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเข้าร่วมดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ โดยให้จัดส่งให้คณะกรรมการ PPPภายในวันที่ 30พฤศจิกายน 2558                      4.2  ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานความคืบหน้าตามแผนการดำเนินโครงการตามข้อ 4.1พร้อมประเด็นปัญหาและอุปสรรคให้คณะกรรมการ PPPทราบ ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน                           5. รับทราบความคืบหน้าโครงการที่ได้เสนอผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. ร่วมลงทุนฯ ปี 2556 จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะมูลฝอย ระยะที่ 2 เทศบาลนครนครราชสีมา 2) โครงการการพัฒนาพื้นที่ 17 ไร่ บริเวณด้านข้างอาคารที่ทำการการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นอาคารศูนย์ธุรกิจพาณิชยนาวี (MaritimeBusinessCenter)3) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย –มีนบุรี และ 4) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว –สำโรง ซึ่งคาดว่าจะสามารถให้ความเห็นชอบโครงการทั้งหมดและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ ในเดือนมีนาคม 2559     โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

28 มี.ค. 2559 อ่านต่อ