ข่าวและกิจกรรม

Thumbnail
ชี้แจงประเด็น กทพ. ระดมทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน...

ชี้แจงประเด็น กทพ. ระดมทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย __________________________ กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจของรัฐ 100% ซึ่งจะช่วยให้รัฐวิสาหกิจมีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำประมาณ 3 - 4% โดยรัฐบาลอ้างว่าเป็นภาระต่อหนี้สาธารณะ และให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไปกู้เงินจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) (กองทุนรวมฯ)ซึ่งเป็นกองทุนเอกชนที่มุ่งทำกำไรจากกิจการของรัฐ โดยมองว่าการกระทำเช่นนี้ เป็นการสร้างต้นทุนให้ภาครัฐสร้างกำไรให้เอกชนในอนาคต ซึ่งจะทำให้ธุรกิจของรัฐอ่อนแอ และกำลังลุกลามไปอีกหลายรัฐวิสาหกิจ ขอเรียนชี้แจง ดังนี้• ประเด็นการที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันเงินกู้ให้รัฐวิสาหกิจของรัฐ 100% นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอเรียนชี้แจง ดังนี้1. การค้ำประกันให้แก่หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการ ทั้งวัตถุประสงค์และผลตอบแทนของโครงการที่จะดำเนินการ สถานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินงานของหน่วยงาน ซึ่งกระทรวงการคลังโดยคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะจะพิจารณาค้ำประกันตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการค้ำประกันการชำระหนี้ของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินภาครัฐ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาวินัยทางการคลังให้การค้ำประกันอยู่ภายใต้กรอบไม่เกินร้อยละ 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะมาตรา 28 รวมทั้งยังเป็นการควบคุมการก่อหนี้ของรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับโครงการและศักยภาพของหน่วยงานนั้นๆ อีกทางหนึ่งด้วย2. ในกรณีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นั้น เนื่องจาก กทพ. เป็นหน่วยงานที่มีฐานะทางการเงินดีและดำเนินโครงการที่มีผลตอบแทนทางการเงินสูง กทพ. จึงสามารถบริหารเงินและภาระหนี้ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถชำระคืนหนี้เพื่อลดยอดหนี้คงค้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ กทพ. ไม่ต้องขอบรรจุแผนก่อหนี้/ปรับโครงสร้างหนี้ ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2561• ประเด็นที่ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ไประดมทุนผ่านช่องทางกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund)นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ขอเรียนชี้แจง ดังนี้1. ประเด็นที่ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้างต้นทุนให้ภาครัฐ และทำให้ธุรกิจของรัฐอ่อนแอ ขอชี้แจงว่า การระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ นับเป็นแหล่งระดมทุนทางเลือกใหม่ของรัฐวิสาหกิจในการระดมทุนจากฐานนักลงทุนรายย่อยและสถาบันโดยตรง และเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนในวงกว้างมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของโครงการที่สร้างขึ้น ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางการตรวจสอบความคืบหน้าและความโปร่งใสของโครงการด้วย นอกจากนี้ วิธีการระดมทุนดังกล่าว ยังช่วยให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศได้มากยิ่งขึ้น โดยไม่เป็นภาระต่องบประมาณ และทำให้ประเทศสามารถใช้แหล่งเงินกู้ที่มีต้นทุนต่ำและมีจำนวนจำกัดไปลงทุนด้านอื่นๆ ที่จำเป็นและไม่สามารถหารายได้เชิงพาณิชย์ได้ เช่น ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สำหรับ กทพ. การระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ของ กทพ. จะทำให้ กทพ. สามารถลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสะสมรายได้หรือรอการจัดสรรเงินกู้ในการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขนาดของสินทรัพย์และความสามารถในการสร้างรายได้ของ กทพ. ในอนาคต2. ประเด็นการจัดตั้งกองทุนรวมฯ ขอชี้แจงว่าการจัดตั้งกองทุนรวมฯ กรณีของ กทพ. เป็นการนำกระแสรายได้ในอนาคตจากโครงการทางพิเศษในปัจจุบันมาระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ในรูปของสัญญาโอนและรับโอนสิทธิในรายได้ (Revenue Transfer Agreement : RTA) ระหว่าง กทพ. และกองทุนรวมฯ เพื่อให้ กทพ. สามารถนำเงินที่ได้จากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ ไปใช้ในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของ กทพ. โดยการระดมทุนดังกล่าวไม่ถือเป็นการที่ กทพ. กู้เงินจากกองทุนรวมฯ เนื่องจากนักลงทุนเป็นผู้รับภาระความเสี่ยงจากกระแสรายได้ค่าผ่านทางของทางพิเศษที่จะเกิดขึ้นในอนาคตที่นำส่งให้กองทุนรวมฯ ในแต่ละปี ซึ่งเป็นไปตามผลการดำเนินงานจริง ดังนั้น หากรายได้ค่าผ่านทางในอนาคตไม่เป็นไปตามคาดการณ์ กทพ. ก็ไม่มีข้อผูกพันใดๆ ซึ่งจะแตกต่างจากเงินกู้ซึ่งต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มตามจำนวนดังนั้น จึงขอให้มั่นใจได้ว่า การดำเนินการของกระทรวงการคลังได้มีการคำนึงถึงวินัยทางการคลัง และศักยภาพของรัฐวิสาหกิจในการดำเนินโครงการต่างๆ รวมทั้งการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้ลงทุน ได้มีส่วนร่วมในการติดตามการบริหารโครงการของรัฐภายใต้การระดมทุนผ่านกองทุนรวมฯ อีกทางหนึ่งด้วย____________________________________สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ โทร. 02 265 8050สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โทร. 02 298 5880ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่  

26 มี.ค. 2561 อ่านต่อ
Thumbnail
“สคร. จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ...

“สคร. จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจ 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ สูงกว่าเป้าหมาย 30%ช่วยรักษาเสถียรภาพการคลัง” นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 สคร. จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจจำนวน 13,914 ล้านบาทสูงกว่าเป้าหมายจำนวน 1,904 ล้านบาท ส่งผลให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 (ตุลาคม 2560 – กุมภาพันธ์ 2561)สคร. จัดเก็บรายได้จากรัฐวิสาหกิจ จำนวน 64,560 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายจำนวน 14,898 ล้านบาท หรือสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 30 ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

20 มี.ค. 2561 อ่านต่อ
Thumbnail
“เครื่องชี้การลงทุนรัฐวิสาหกิจในเดือนมกราคม 2561 ขยายตัวสูงถึง 47%...

“เครื่องชี้การลงทุนรัฐวิสาหกิจในเดือนมกราคม 2561 ขยายตัวสูงถึง 47% ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง”นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในเดือนมกราคม 2561 จำนวน 21,107 ล้านบาทขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 47 เมื่อเทียบผลเบิกจ่ายช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าโดยเป็นผลมาจากการเร่งลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มี โครงการลงทุนขนาดใหญ่ ได้แก่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีเขียวของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและโครงการจัดหาเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องอ่านรายละเอียเพิ่มเติมได้ที่นี่

20 มี.ค. 2561 อ่านต่อ
Thumbnail
สคร. จัดโครงการโรงเรียน สคร. หลักสูตรการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม

สคร. จัดโครงการโรงเรียน สคร. หลักสูตรการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)ร่วมโครงการโรงเรียน สคร. หลักสูตร การพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตอน ฝ่าหลุมดำแห่งความเจ็บปวด กับตะเกียงวิเศษ (Understand problems)ในโอกาสนี้นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)กล่าวเปิดโครงการ โดยมี ดร. ศักดิพล เจือศรีกุล ผู้อำนวยการศูนย์การสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม เป็นวิทยากรณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 SME Bank เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2561

14 มี.ค. 2561 อ่านต่อ