สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558

ผู้เข้าชม: 36 28 มี.ค. 2559

สคร. จัดประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม
คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 8/2558
โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)
เข้าร่วมในฐานะกรรมการและเลขานุการ คนร. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2558

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

alt

 

โดยมีผลการประชุมดังนี้

 1. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

1) คนร. เห็นชอบหลักการการแก้ไขปัญหาของ ธอท. โดยให้มีการหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ
ในการดำเนินธุรกิจธนาคารตามหลักชารีอะฮ์เข้ามาร่วมลงทุน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการองค์กรอย่างมืออาชีพและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยให้กระทรวงการคลังยังคงถือหุ้นใน ธอท. ต่อไปด้วยสำหรับ
การบริหารหนี้ด้อยคุณภาพให้โอนไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) ที่จัดตั้งโดยกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะพิจารณาในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องและรายงานความคืบหน้าให้ คนร. ทราบภายใน 2 เดือน

                       2)มอบหมายให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจและกระทรวงการคลังพิจารณาในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับแนวทางข้างต้น รวมทั้งเป็นไปตามกฎหมายโดยเร็วต่อไป

                     2. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บกท.)

1) คนร. รับทราบแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win) ตามที่ บกท. เสนอ โดยจะสามารถ
เพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย ได้รวม 3,000 ล้านบาท และให้ บกท. ปรับปรุงแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win) โดยให้เพิ่มมาตรการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น รวมทั้ง พิจารณาสัดส่วนพนักงานให้เหมาะสมกับภารกิจและทิศทางต่อไป และให้มีการสื่อสารให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจถึงความจำเป็นในการดำเนินตามมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ

                       2) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาในรายละเอียดแผนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น (Quick Win)และกำกับติดตามการดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

                       3) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังเร่งหารือเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานองค์กรในระยะยาวให้ชัดเจน

                    3. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

1) คนร. ให้ รฟท. จัดทำแผนการพัฒนาที่ดินที่ไม่ได้ใช้ในการเดินรถ (Non-core)และจัดส่งข้อมูลที่ดิน Non-coreให้ คนร. ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558 รวมทั้งการจัดหาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนสามารถมาใช้ประโยชน์ เช่น การจัดทำพื้นที่ตลาด เป็นต้น ทั้งนี้ มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปพิจารณาร่วมกัน

2) กำหนดให้เอกชนร่วมลงทุนและเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงและ ARL แทนการให้ รฟท. เป็นผู้ดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมพิจารณากำกับการดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามนโยบายอย่างเคร่งครัด็ว

 4. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

1) คนร. เร่งรัดให้ ขสมก. จัดทำแผนดำเนินการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายที่สามารถดำเนินการ
ได้เองทันที เพื่อนำเสนอกระทรวงคมนาคมและจัดส่งให้ คนร. ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2558

                      2) คนร. มอบหมายกระทรวงคมนาคมดังนี้

                          - เร่งนำเสนอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีปี 2526 และสร้างความชัดเจนของบทบาทและแนวทาง
ในการกำกับดูแลการเดินรถของกรมการขนส่งทางบกโดยเฉพาะการกำหนดหน้าที่และเส้นทางเดินรถให้ ขสมก. และการจัดทำแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถ

                          - การจัดซื้อรถโดยสาร NGV จำนวน 489 คัน ของ ขสมก. ให้คณะกรรมการ ขสมก. เร่งพิจารณาให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว รวมถึงทบทวนแผนการจัดซื้อรถโดยสารทั้งประเภทและจำนวนที่เหมาะสม โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเชื้อเพลิง ค่าบำรุงรักษา ทั้งนี้ ให้มีการส่งเสริมผู้ประกอบการในประเทศด้วย

  - มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ไปพิจารณาหารือร่วมกันในการพัฒนาระบบ E-ticket ให้สอดคล้องกับระบบ E-payment เพื่อให้เกิดความเชื่อมต่อของข้อมูลของประชาชนที่มีรายได้น้อยที่จะมีสิทธิใช้บริการตามนโยบายภาครัฐต่อไป

 5. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

คนร. รับทราบความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของ ธพว. ที่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย

6. – 7. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ. ทีโอที) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ. กสท)

      คนร. รับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท. โดยให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาองค์กร การใช้ประโยชน์ทรัพย์สิน และการแก้ไขข้อพิพาทต่างๆ ของ บมจ. ทีโอที และบมจ. กสท. รวมทั้ง กำหนดทิศทางของ บมจ. ทีโอที และ บมจ. กสท ให้สอดคล้องกับนโยบาย Digital Economyเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ คนร. ได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจทั้ง ๗ แห่ง ดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาองค์กรให้เห็นเป็นรูปธรรม โดย คนร. จะประเมินผลการดำเนินการใน 2 ระยะ คือ ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2558 และสิ้นเดือนมีนาคม 2559

 

โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ